ค้นหาผลงานวิจัย

ระบบฐานข้อมูลผลงานวิจัยนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา

พบ 209 ผลงานวิจัย

ดุษฎีนิพนธ์ 2569

รูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่โรงเรียนแห่งความสุขตามหลักพุทธธรรมสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก เขตตรวจราชการที่ ๑๐

EDUCATIONAL ADMINISTRATION MODEL FOA A HAPPY SCHOOL BASED ON BUDDHIST PRINCIPLES FOE SMALL SCHOOLS, INSPECTION AREA 10

น

นางนิศรา ไชยเพีย

หลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

ดุษฎีนิพนธ์ 2569

รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงรุกของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

A MODEL FOR PROACTIVE LEADERSHIP DEVELOPMENT OF SCHOOL ADMINISTRATORS IN SMALL SCHOOLS UNDER THE OFFICE OF THE BASIC EDUCATION COMMISSION

น

นางสาวปวีณา วรกำพล

หลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

สารนิพนธ์ 2569

แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต ๒

GUIDELINES FOR DEVELOPMENT OF INNOVATIVE LEADERSHIP OF SCHOOL ADMINISTRATORS UNDER LOEI PRIMARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE ๒

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื ่อ 1. เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 2.เพื่อเปรียบเทียบภาวะผู้นำภาวะเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลยเขต 2 จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา และขนาดโรงเรียน และ 3. เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้บริหารและครูผู้สอนในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 297 คน ประกอบด้วยผู้บริหาร 29 คน และครูผู้สอนในโรงเรียน จำนวน 268 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แบบสอบถามเกี่ยวกับภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สถิติที่ใช้ ในการวิจัย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว 2) แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลโดย การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1. ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การมีความคิดสร้างสรรค์นวัตกรรม รองลงมาคือ การทำงานเป็นทีมและการมีส่วนร่วมเชิงนวัตกรรม การมีวิสัยทัศน์เชิงนวัตกรรม การสร้างองค์กรแห่งนวัตกรรม ตามลำดับ และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ การบริหารความเสี่ยงเชิงนวัตกรรม 2. ผลการเปรียบเทียบภาวะผู้น าแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา และขนาดโรงเรียน พบว่า จำแนกตาม เพศและขนาดโรงเรียน โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนจำแนกตามวุฒิการศึกษา โดยรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01

น

นางสาวภคมน แสงไสย์

หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

สารนิพนธ์ 2569

แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต ๒

GUIDELINES FOR DEVELOPMENT OF INNOVATIVE LEADERSHIP OF SCHOOL ADMINISTRATORS IN SMALL-SIZED SCHOOLS UNDER LOEI PRIMARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE ๒

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ ความต้องการจำเป็นและเพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็ก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) ประชากร คือ ผู้บริหารและครูผู้สอนในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 ผู้บริหาร จำนวน 66 คน และครูผู้สอน จำนวน 489 คน รวมทั้งสิ้น 555 คน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเชิงปริมาณ ได้แก่ ผู้บริหารและครูผู้สอนในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 จำนวน 226 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้นอย่างเป็นสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเชิงปริมาณ ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI modified) ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างกับผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพปัจจุบันของภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ระดับมาก สภาพที่พึงประสงค์ของภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยที่สุดเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านความต้องการจำเป็นสูงสุดของภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม คือ การคิดสร้างสรรค์ รองลงมา คือ การสร้างเครือข่าย การมีวิสัยทัศน์เชิงนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลง การบริหารความเสี่ยง การสร้างบรรยากาศแห่งองค์กรนวัตกรรม และการทำงานเป็นทีมและมีส่วนร่วม ตามลำดับ 2. แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็ก พบว่า การคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมการคิดนอกกรอบ สนับสนุนนวัตกรรม สร้างบรรยากาศองค์กรที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ต่อยอดองค์ความรู้เดิม และพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง การสร้างเครือข่าย ส่งเสริมการทำงานเป็นทีมผ่าน PLC และการมีส่วนร่วมของบุคลากร ควบคู่กับการกำหนดบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจน การติดตามประเมินผล สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกและชุมชน ใช้เทคโนโลยีในการสื่อสาร แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และต่อยอดองค์ความรู้เพื่อพัฒนาการศึกษา การมีวิสัยทัศน์เชิงนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลง วิเคราะห์บริบทและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำไปสู่การกำหนดวิสัยทัศน์และแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจน พร้อมสื่อสารให้บุคลากรมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการพัฒนา การบริหารความเสี่ยง ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการกำหนดเป้าหมายและการตัดสินใจ ผ่านการทำงานแบบ PLC และการบริหารแบบมีส่วนร่วม เพื่อสร้างความเป็นเจ้าของร่วมและความไว้วางใจในองค์กร การสร้างบรรยากาศแห่งองค์กรนวัตกรรม ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการตัดสินใจ และพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์เพื่อบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพและยืดหยุ่น การทำงานเป็นทีมและมีส่วนร่วม กำหนดวิสัยทัศน์และแผนพัฒนาองค์กรด้านนวัตกรรมอย่างชัดเจน พร้อมสื่อสารให้บุคลากรเข้าใจร่วมกัน และสนับสนุนการทดลองแนวคิดใหม่ การพัฒนานวัตกรรม และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่าน PLC

น

นางมยุรฉัตร บุตรดีศักดิ์

หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

สารนิพนธ์ 2569

แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต ๓

GUIDELINES FOR DEVELOPMENT OF CREATIVE LEADERSHIP OF SMALL SCHOOL ADMINISTRATORS UNDER LOEI PRIMARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE ๓

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหาร สถานศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็ก 2) เพื่อเปรียบเทียบภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหาร สถานศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็ก จำแนกตามตำแหน่ง อายุ วุฒิการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน 3) เพื่อศึกษาแนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 3 โดยใช้การวิจัยแบบ พหุระยะผสานวิธีตอนที่ 1 เชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือผู้บริหารและครูโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 210 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถาม มีค่าความเที่ยงแบบสอบถามเท่ากับ 0.95 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน โดย ทดสอบค่าทีและค่าเอฟ ตอนที่ 2 เชิงคุณภาพ ทำการสัมภาษณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่านและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1) ระดับภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาใน โรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต3 โดยรวมอยู่ในระดับ มาก 2) ผลเปรียบเทียบ ความคิดเห็นของผู้บริหารและครูจำแนกตามตำแหน่ง อายุและ ประสบการณ์ในการทำงาน พบว่ามีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ขณะที่จำแนกตามวุฒิการศึกษา พบว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) แนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต3 มีแนวทางคือ ผู้บริหารประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อบริหารจัดการสถานศึกษา และร่วมมือกับองค์กรเครือข่ายในการพัฒนาโรงเรียน ผู้บริหารให้การสนับสนุนครูอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้น และนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการศึกษา

น

นายรุ่งเรือง สารวิจิตร

หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

วิทยานิพนธ์ 2569

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยทางการบริหารที่ส่งผลต่อความเป็นองค์กรสมรรถนะสูงของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเลย หนองบัวลำภู

A CAUSAL RELATIONSHIP MODEL OF ADMINISTRATIVE FACTORS AFFECTING HIGH-PERFORMANCE ORGANIZATIONS IN SCHOOLS UNDER SECONDARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE LOEI NONG BUA LAMPHU

วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาระดับปัจจัยทางการบริหารและระดับความเป็นองค์กรสมรรถนะสูงของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเลย หนองบัวลำภูและ 2. เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยทางการบริหารที่ส่งผลต่อความเป็นองค์กรสมรรถนะสูงของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเลย หนองบัวลำภู กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้อำนวยการสถานศึกษาและครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเลย หนองบัวลำภู ปีการศึกษา 2568 จำนวน 650 คน เครื่องมือที่ใช้ในเป็นแบบสอบถาม แบบประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.83 – 0.88 ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.53 – 0.87 ค่าความเที่ยง (Reliability) เท่ากับ 0.97 ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความเป็นองค์กรสมรรถนะสูงของโรงเรียน โดยภาพรวมอยู ่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายตัวแปร พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุดทุกตัวแปร เมื่อเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ คือ วัฒนธรรมองค์กร ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ และสมรรถนะสมาชิกองค์กร ส่วนความเป็นองค์กรสมรรถนะสูงของโรงเรียน พบว่า โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาตัวแปรสังเกตได้ พบว่า การจัดกระบวนการและทรัพยากร รองลงมาคือ คุณภาพบุคลากร ผู้นำทางวิชาการตัวแปรที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 2. โมเดลสมการโครงสร้างปัจจัยทางการบริหารที่ส่งผลต่อความเป็นองค์กรสมรรถนะสูงของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเลย หนองบัวลำภู รูปแบบมีความกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์โดยมีค่าสถิติวัดความกลมกลืนของรูปแบบ ดังนี้ ค่าไค-สแควร์ (Chisquare) เท่ากับ 86.76 ที่องศาอิสระ (df) เท่ากับ 68 ค่าความน่าจะเป็น (p-value) เท่ากับ 0.063 ซึ่งมากกว่า 0.05 ค่าไค-สแควร์สัมพัทธ์ (χ2 /df) เท่ากับ 1.28 มีค่าน้อยกว่า 2.00 ค่า RMSEA=0.02 ค่า CFI=1.00 และค่า RMR=0.01

น

นายวิระพงศ์ คุณประทุม

หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

วิทยานิพนธ์ 2568

การจัดการสภาพแวดล้อมของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผต่อการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1

EDUCATIONAL ENVIRONMENTAL MANAGEMENT AFFECTING 21ST CENTURY LERNING SKILLS UNDER LOEI PRIMARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE 1

น

นายปรเมษฐ์ บุญเชิดชู

หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

วิทยานิพนธ์ 2568

การนำหลักธรรมาภิบาลไปใช้ในการปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลเมืองเลย จังหวัดเลย

(THE IMPLEMENTATION OF GOOD GOVERNANCE PRINCIPLES IN THE ADMINISTRATION OF LOEI MUNICIPALITY, LOEI PROVINCE)

น

นายนราธิป พรหมเทศ

หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์

ดุษฎีนิพนธ์ 2568

การพัฒนากลยุทธ์ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

DEVELOPMENT OF STUDENT SUPPORT SYSTEM STRATEGIES UNDER PRIMARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE IN THE NORTHEASTERN REGION

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่คาดหวัง และความต้องการจำเป็นของระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2) สร้างและตรวจสอบกลยุทธ์ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3) ประเมินกลยุทธ์ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) บูรณาการระหว่างการวิเคราะห์เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่คาดหวัง และความต้องการจำเป็นของระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยใช้แบบสอบถามกับผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้รับผิดชอบงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 400 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย และการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 15 คน จากโรงเรียนต้นแบบที่มีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่เป็นเลิศ เพื่อนำมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหาประกอบการวิเคราะห์ดัชนี PNI Modified ระยะที่ 2 การสร้างและตรวจสอบกลยุทธ์ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ข้อมูลจากระยะที่ 1 ด้วยเทคนิค SWOT เพื่อสร้างร่างกลยุทธ์ในระดับกลยุทธ์หลักและกลยุทธ์รอง จากนั้นตรวจสอบความเหมาะสมของกลยุทธ์ผ่านการสนทนากลุ่มและแบบประเมินความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ที่ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง ระยะที่ 3 การประเมินกลยุทธ์ที่พัฒนาขึ้น โดยใช้แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ของกลยุทธ์ จากกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิที่ประกอบด้วย รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครูผู้รับผิดชอบระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน รวมจำนวน 12 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และแบบประเมินกลยุทธ์ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละ รวมถึงการวิเคราะห์ดัชนี PNI Modified และการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพปัจจุบันระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง สภาพที่คาดหวังของการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และมีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นโดยรวมเท่ากับ 0.375 (PNIModified = 0.375) เรียงตามลำดับความสำคัญจากมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านการส่งต่อนักเรียน ด้านการส่งเสริมและพัฒนานักเรียน ด้านการคัดกรองนักเรียน ด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล และด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา ตามลำดับ 2. กลยุทธ์ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 กลยุทธ์หลัก 17 กลยุทธ์รอง มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด 3. กลยุทธ์ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ในระดับมากที่สุด

น

นางสาวสุริณี วัฒนศรีทานัง

หลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

ดุษฎีนิพนธ์ 2568

การพัฒนาตัวบ่งชีภาวะผู้นำเพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

THE DEVELOPMENT OF LEADERSHIP INDICATORS TO STRENGTHEN ACTIVE LEARNING MANAGEMENT OF TEACHERS UNDER THE OFFICES OF PRIMARY EDUCATIONAL SERVICE AREA IN THE NORTHEAST OF THAILAND

น

นางสาวกนิษฐกานต์ วงศ์วัฒนาวิชา

หลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

วิทยานิพนธ์ 2568

การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการส่งเสริมอาชีพ สำหรับคนพิการ ในอำเภอนาด้วง จังหวัดเลย

THE PARTICIPATION OF CIVIL SOCIETY IN PROMOTING EMPLOYMENT FOR PEOPLE WITH DISABILITIES IN NA DUANG DISTRICT, LOEI PROVINCE

น

นางสาววรรณวิสา สุวรรณชัย

หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์

วิทยานิพนธ์ 2568

การมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐในการแก้ไขการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำจังหวัดเลย

PARTICIPATION OF GOVERNMENT AGENCIES IN ADDRESSING RECIDIVISM AMONG FEMALE INMATES IN LOEI PROVINCIAL PRISON

น

นางชบาไพร ศรีใสคำ

หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์